Rss

  • youtube
  • linkedin
  • google

ปัจจัย 5 พิสูจน์ค่าความสำเร็จ ของโซเชียลมีเดีย

เกี่ยวกับ Admin


            เชื่อว่าหลายท่านคงได้ติดตามอ่าน และศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับกระแสโซเชียลมีเดีย ที่ยังคงแรงอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Twitter, YouTube หรือค่ายอื่นๆ มาระยะหนึ่งแล้ว หากมองในแง่ของนักการตลาดที่ใช้กลยุทธ์ผ่านโซเชียลมีเดีย มีการตื่นตัวและเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมาก คำถามสำคัญที่ตามมาสำหรับนักการตลาดก็คือ ทำแล้วได้อะไร วัดผลสำเร็จจากอะไร จริงหรือที่ความสำเร็จของโซเชียลมีเดียแคมเปญวัดกันที่จำนวน Friends, Followers, Likes เท่านั้น 
คงต้องมาดูว่าเป้าหมายของแต่ละแบรนด์ ที่สร้างแคมเปญบนโซเชียลมีเดียคืออะไร และจะวัดกันที่จำนวน (Quantity) หรือวัดกันที่คุณภาพ (Quality) 
เพราะความท้าทายของโซเชียลมีเดียมาร์เก็ตติ้ง คือ การวัดผลที่ตอบเป้าหมายธุรกิจอย่างแท้จริง 
         หลายๆ องค์กรตั้งเป้าให้โซเชียลมีเดียสร้าง Traffic และจำนวนผู้ติดตามเป็นหลัก จึงวัดผลสำเร็จจากจำนวน แต่ไม่สามารถเชื่อม Traffic นี้กับการสร้างยอดขายหรือการสร้างการรับรู้ในแบรนด์ได้ การทำความเข้าใจ และตั้งเป้าหมายโซเชียลมีเดียแคมเปญจึงเป็นสิ่งสำคัญ ที่ต้องผ่านการวางกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการในการรับมือ
         ในบทความนี้ จึงขอเสนอ ปัจจัยหลัก 5 ประการที่ใช้เป็นดัชนีวัดความสำเร็จอย่างง่ายๆ

1.  เส้นทางสู่การเพิ่ม Traffic 
    Traffic เป็นตัววัดเบื้องต้น สำหรับองค์กรที่เริ่มเข้าสู่การตลาดโซเชียลมีเดีย ต้องขอแยกเป็นสองส่วน คือ ส่วนแรกเป็นการสร้าง Traffic มายังโซเชียลมีเดียโดยวัดจากจำนวนผู้ติดตามที่เพิ่มขึ้น เทียบได้กับการสื่อสารหรือการสร้างการรับรู้ในระดับ Mass ในขณะที่ส่วนที่สองคือการวัด Traffic ที่เข้าสู่ Landing Page ในเว็บไซต์ขององค์กรหรือแบรนด์ที่มาจากโซเชียลมีเดีย เพื่อหวังผลในการสร้างการรับรู้หรือสร้าง Leads ทั้งนี้ในระยะยาวควรตั้งเป้าหมายในการวัดคุณภาพของ Traffic มากกว่าปริมาณ 

2.  เพิ่มยอดขายได้จริง
      แม้ว่าจำนวนผู้ติดตาม จะเป็นตัววัดหลักสำหรับแบรนด์ที่เพิ่งเริ่มต้นกับโซเชียลมีเดีย 
      ที่ช่วยสร้างการรับรู้และเปิดช่องทางสื่อสารกับกลุ่มผู้บริโภค แต่เป้าหมายสูงสุดขององค์กรส่วนใหญ่คือการเพิ่มยอดขาย จึงควรกำหนดวิธีในการวัดการสร้างยอดขาย เชื่อมกับการทำแคมเปญในแต่ละครั้งให้ชัดเจน Marketing Mix ทำให้ยากต่อการบอกว่าการสื่อสารในมีเดียใดที่เพิ่มยอดขาย การวัดผลในส่วนนี้อาจทำได้ไม่ง่ายนักและใช้พลังงานสูง แต่มีความสำคัญมาก เนื่องจากเป็นตัววัดในการกำหนดงบประมาณในการทำการตลาดช่องทางนี้ได้ ตัวอย่างแคมเปญที่ประสบความสำเร็จ เช่น Domino Pizza UK ซึ่งมีเฟสบุ๊คแฟนกว่า 36,000 ราย เปิดเผยว่าการใช้ Foursqare ในการทำโปรโมชั่น มีส่วนช่วยเพิ่มยอดขายออนไลน์ซึ่งมีสัดส่วนอยู่ที่ 32% จากยอดขายในทุก Channel รวมกัน 

3.  สร้าง Leads จากออนไลน์สู่โลกจริง
     การสร้าง Leads หรือ Purchase Intent เป็นความแข็งแกร่งของอิทธิพลจากอินเตอร์เน็ต เนื่องจากพฤติกรรมของผู้ซื้อในยุคเทคโนโลยี มักจะค้นหาข้อมูลประกอบการตัดสินใจผ่านสื่อออนไลน์ เพิ่มขึ้นด้วยอัตราที่สูง การสร้างแคมเปญที่เร่งการซื้อ หรือดึงกลุ่มเป้าหมายจากโลกออนไลน์ ให้ไปยังสำนักงานขายหรือร้านค้าเพื่อปิดการขายเป็นเป้าหมายหลักของนักการตลาด 
     สเน่ห์ที่ท้าทายกึ๋นนักการตลาดยุคใหม่นี้ พิสูจน์ได้จริงจากกลยุทธ์ออนไลน์ของ Starbuck’s หนึ่งในผู้นำด้านการตลาดระดับโลกที่ใช้โซเชียลมีเดียสร้าง Leadsดึงลูกค้ามาที่ร้านได้ถึง 1 ล้านคนในวันเดียว จากแคมเปญ “Free Pastry Day”

4.  รู้จัก เข้าใจและช่วยบริหารลูกค้าสัมพันธ์ (CRM)
      การทำ CRM ในปัจจุบันสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากเทคโนโลยี เอื้อให้การจัดเก็บข้อมูลและการค้นหาเป็นไปได้อย่างชาญฉลาด การสร้าง Customer Engagement ในโซเชียลมีเดียก็เป็นส่วนสำคัญ นอกจากใช้ถ่ายทอดข้อมูลสินค้าแล้ว ยังเป็นตัววัดว่าแบรนด์รู้จักลูกค้ามากแค่ไหน และลูกค้าตัวจริงเสียงจริงพูดถึงเราอย่างไร หากอาศัยช่องทางนี้เข้าไปฟังอย่างใกล้ชิดจะสามารถสร้าง Loyalty Program ที่ตรงความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้ 
      ความยากในการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีในโซเชียลมีเดีย คือ การกำหนด Dialogue Tone และความพอดีในการโต้ตอบ และการแปรค่าของความพึงพอใจของลูกค้า อย่าหลงใช้ตัววัดเฉพาะจำนวน Post เท่านั้น

5.  เพิ่มการรับรู้ของแบรนด์ (Brand Recognition/ Brand Reputation)
     ตัววัดความสำเร็จตัวสุดท้าย แต่มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าปัจจัยอื่น คือ การสร้างการรับรู้ของแบรนด์ ด้วยความพิเศษของโซเชียลมีเดียที่เป็นพาหนะกระจายข่าว ในการบอกต่อของคนคอเดียวกันที่รวดเร็ว การสื่อสารผ่านช่องทางนี้ นอกจากจะใช้งบประมาณน้อยถ้าเทียบกับช่องทางสื่อสาร Above The Line เช่น TVC แล้ว 
     เครือข่ายของกลุ่มเป้าหมายยังขยายผลในวงกว้างและสร้างปรากฏการณ์ Talk of the Town ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์กลางที่เราใช้เป็นสถานที่ทดสอบ และวัดการรับรู้ไม่ว่าจะเป็นด้านบวกหรือลบของแบรนด์ได้ดีอีกด้วย
     โซเชียลมีเดียมาร์เก็ตติ้งเป็นสิ่งที่นักการตลาดต้อง Ride the Digital Wave กลยุทธ์ในการรับมือ และใช้กระแสคลื่นการตลาดยุคใหม่นี้ด้วยความเข้าใจและติดตาม
     วัดผลความสำเร็จสื่อนี้อย่างรอบคอบ ระวังการกระโดดลงไปในกระแสโซเชียลมีเดีย ที่กำลังเชี่ยวเพียงเพราะว่า‘ต้องมีเพราะคนอื่นเขามีกัน’ อาจจะต้องคอยแก้ปัญหามากกว่าการสร้างความสำเร็จ

     อย่าลืมว่า ดิจิตอลมาร์เก็ตติ้ง ที่ให้ผลลัพธ์ที่ทรงพลังและสร้างยอดขายได้จริงนั้น มีกลยุทธ์ต่างๆ มากกว่าช่องทางโซเชียลมีเดียอีกมากมายนัก

ขอบคุณเเหล่งที่มา http://www.thomasidea.com/on-the-move/activity-detail.aspx?nws=50

เนื้อหาใกล้เคียง:

Comments are closed.

Top 10 Best Product in Home Kit 2017 Top 10 Best Product in Women Fashion 2017 Top 10 Best Product in Technology 2017 Top 10 Best Product in Car Accessories 2017