Rss

  • youtube
  • linkedin
  • google

Archives for : กราฟิกดีไซต์

Adobe ส่ง Font ใหม่มาให้ใช้งานกันอีกแล้ว

สำหรับผู้ที่ใช้งาน Adobe Creative Cloud จะได้ใช้งานฟอนต์อักษรใหม่ 665 แบบจาก 41 ตระกูล เพิ่มเติมจาก Monotype เพื่อช่วยเพิ่มความสวยงามในการออกแบบ มาดูกันว่ามีฟอนต์อะไรที่น่าสนใจบ้าง

เปิดคลังฟอนต์ใหม่

ITC Benguiat

นี่คือฟอนต์ตัวอักษรที่ใช้ในซีรี่ส์เรื่อง Stranger Things!  เป็นฟอนต์แบบคลาสสิกที่นิยมใช้บนปกหนังสือในช่วงทศวรรษ 1980 และอาจพบเห็นตามป้ายประชาสัมพันธ์ในปัจจุบัน ผลงานออกแบบโดย Ed Benguiat ดูสวยงามโดยไม่ต้องปรับแต่งเพิ่มเติม แต่ถ้าคุณต้องการใส่ลูกเล่นให้ดูมีสีสัน ก็มีตัวเลือกเพิ่มเติมให้คุณเล่นสนุกได้ตามต้องการ

ITC Avant Garde Gothic

Ed Benguiat ได้ต่อยอดจากงานออกแบบดั้งเดิมของ Herb Lubalin และ Tom Carnase เพื่อขยายฟอนต์ที่ถูกออกแบบไว้สำหรับหน้าปกนิตยสาร Avant Garde ในช่วงทศวรรษ1970  ฟอนต์นี้มีความยืดหยุ่นอย่างมาก สามารถสร้างบุคลิกที่โดดเด่นจากการใช้ภาพตัวอักษรที่แตกต่างไปจากเดิมเล็กน้อย

Gill Sans Nova

แรงบันดาลใจจากฟอนต์ตัวอักษรที่ใช้ในสถานีรถไฟใต้ดินของลอนดอน โดย Gill Sans เหมาะสำหรับการใช้งาน ถ้าหาก “เสน่ห์ของรถไฟในยุค Midcentury” คือรูปแบบความงามที่คุณต้องการ  นอกจากนี้ ยังสามารถปรับใช้ในกรณีอื่นๆ ได้อีกมากมาย

ในช่วงหลายทศวรรษนับตั้งแต่ผลงานเบื้องต้นของ Eric Gill นักออกแบบคนอื่นๆ จำนวนมากได้พยายามปรับแต่งและออกแบบตัวอักษรเพิ่มเติม เพื่อให้กลายเป็นแบบอักษรที่ครบถ้วนและเป็นระบบ เช่น รูปแบบตัวผอม หรือมีการไล่ระดับสีแบบแปลกๆ และมีเค้าโครงแบบต่างๆ ให้เลือกใช้

Plantin

ฟอนต์นี้เพิ่งได้รับการฉลองวาระครบรอบ 100 ปีเมื่อไม่นานมานี้ และยังคงถูกใช้งานอย่างแพร่หลาย  ที่จริงแล้ว ฟอนต์นี้คือต้นแบบแรงบันดาลใจสำหรับฟอนต์ Times New Roman โดยถูกตั้งชื่อตาม Christopher Plantin เจ้าของโรงพิมพ์ในศตวรรษที่ 16 แม่พิมพ์ต้นฉบับของฟอนต์อักษรนี้ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1913 สำหรับการเรียงพิมพ์โดยใช้โลหะร้อน และปัจจุบันเรามีเวอร์ชั่นดิจิทัลที่ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยสำหรับฟอนต์อักษรนี้แล้ว

Rockwell Nova

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณเอาฟอนต์ที่ไม่มีเชิง (sans serif) อย่างเช่น Futura มา แล้วใส่เชิง (serif) เพิ่มเติมเข้าไป  นักออกแบบที่ Monotype ตั้งคำถามนี้เมื่อปี ค.ศ. 1934 และคำตอบที่ได้คือ ฟอนต์ Rockwell ซึ่งได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางตลอดช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมาสำหรับใช้เขียนชื่อเรื่องและชื่อแบรนด์ต่างๆ และบางครั้งอาจใช้ในข้อความที่จัดเรียงเป็นระเบียบ ดูสวยสง่า หรืออาจมีการปรับเพิ่มขนาดสำหรับใช้เป็นหัวข้อข่าวหรือบทความที่ดูเข้มแข็ง ทรงอิทธิพล ฟอนต์นี้เหมาะสำหรับใช้งานในเกือบทุกกรณี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณใช้รูปแบบตัวผอมสำหรับพื้นที่ที่จำกัด

Sabon

Sabon ได้รับการออกแบบอย่างแม่นยำตามสเปค โดยมีข้อจำกัดบางประการที่อาจฟังดูแปลกประหลาดสำหรับนักออกแบบตัวอักษรในปัจจุบัน:

  • ต้องทำงานในลักษณะเดียวกันบนแท่นพิมพ์ Monotype, Linotype และ Letterpress (ทุกวันนี้อาจเป็นเรื่องยากที่จะค้นหาแท่นพิมพ์บางอย่างที่กล่าวมา)
  • ไม่มีช่องไฟระยะห่างระหว่างตัวอักษร (อักษรทุกตัวมีระยะห่างในตัวเองอยู่แล้ว จึงไม่อยู่ชิดกับตัวอักษรข้างๆ)
  • รูปแบบตัวเอียงและตัวหนาต้องไม่กินพื้นที่เพิ่มเติม
  • ต้องดูคล้ายกับฟอนต์ Garamond

โชคดีที่ Jan Tschichold ทำงานได้ตามข้อกำหนดดังกล่าว และฟอนต์นี้ได้รับการเผยแพร่เมื่อปี ค.ศ. 1967 และปรากฏว่าได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการพิมพ์หนังสือ

Trade Gothic Next

ในคลังเครื่องมือของดีไซเนอร์ จะต้องมีฟอนต์อักษรอย่าง Trade Gothic ซึ่งเหมาะสำหรับหัวข้อที่ดูชัดเจนและอินโฟกราฟิกที่ดูสวยงาม  และตัวเลือก Soft Rounded เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีในกรณีที่ฟอนต์แบบปกติดูแข็งเกินไป

ยังมีฟอนต์อีกมากที่น่าสนใจให้ใช้งานเลยนะคะ ไปลองเล่นกันดูได้หากใครที่มี Creative Cloud ในเครื่องคอมพิวเตอร์แล้ว

ขอบคุณเเหล่งที่มา https://thumbsup.in.th/2018/08/adobe-new-font/

Adobe พัฒนา AI ที่บอกได้ว่ารูปไหนผ่านการตัดต่อมา

นอกจาก Facebook,Twitter และ Google จะพยายามต่อสู้กับการเสนอข่าวที่ไม่มีมูลความจริง และการให้ข้อมูลที่ผิดๆ ในโซเชียลมีเดีย จากการที่ผู้ใช้งานแชร์เนื้อหาที่น่าตกใจ และกลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์โดยที่ไม่มีการยืนยันข้อเท็จจริงใดๆ แล้ว 

ล่าสุด Adobe เป็นอีกบริษัทที่ให้ความสำคัญในเรื่องนี้เช่นกัน โดยเผยว่าทีมวิจัยของบริษัทกำลังอยู่ระหว่างพัฒนาซอฟท์แวร์ขึ้นมาใหม่ เพื่อให้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) สามารถระบุได้ว่ารูปใดผ่านการแต่งภาพมา โดยเมื่อใดก็ตามที่ภาพมีการแก้ไข หรือตัดต่อภาพ โปรแกรมจะมีการทิ้ง "ร่องรอย" บางอย่างเอาไว้ในภาพที่ถูกตัดต่อเสมอ

 

ทีมวิจัยของ Adobe ได้พัฒนาให้ระบบ AI จดจำรูปภาพต่างๆ ที่ผ่านการตัดต่อหรือแต่งภาพมา โดยมุ่งเน้นไปที่วิธีการตัดต่อภาพ 3 แบบหลักๆ ที่มักถูกนำมาใช้เพื่อทำภาพปลอมขึ้นมา ซึ่งเทคนิคการปลอมแปลงภาพเหล่านี้ ได้แก่ Splicing, Copy Move และ Removal 

โดย Splicing คือ วิธีการนำวัตถุ (คนหรือสิ่งของ) จากภาพหนึ่งมาใส่ไว้ในอีกภาพหนึ่ง, Copy Move คือ การโคลนนิ่งหรือก๊อปปี้วัตถุนั้นๆ มาใส่ไว้ในภาพเดียวกัน ส่วน Removal คือ วืธีการลบหรือนำวัตถุนั้นๆ ออกไปจากภาพ 

Adobe พัฒนา AI ที่บอกได้ว่ารูปไหนผ่านการตัดต่อมา

นอกจากนี้ยังมีการนำค่าสี RGB, ค่า Noise ในภาพมาใช้ในการฝึกสอน AI ด้วย เพื่อให้การตรวจสอบภาพทำได้แม่นยำมากขึ้น

Adobe พัฒนา AI ที่บอกได้ว่ารูปไหนผ่านการตัดต่อมา

อย่างไรก็ตาม ทาง Adobe ยังไม่ได้เปิดเผยว่า AI ตัวนี้วิเคราะห์ได้แม่นยำขนาดไหน และจะปล่อยออกมาให้ใช้ใน Adobe Sensei ด้วยหรือไม่

ขอบคุณเเหล่งที่มา 

https://news.thaiware.com/13804.html 

 www.techtimes.com , openaccess.thecvf.com

Adobe เปิดตัว Free plan ใช้งาน Adobe XD ได้ฟรี (แบบมีข้อจำกัด)

          Adobe เปิดตัว Free starter plan (รูปแบบการใช้งานฟรี) สำหรับ Adobe Experience Design (Adobe XD) แอพฯ สำหรับการออกแบบ UX/UI ให้กับผู้ใช้ในทุกแพลตฟอร์ม สามารถใช้งานได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

          จากที่ก่อนหน้านี้ การจะใช้งาน Adobe XD ได้นั้น จะต้องเสียค่าบริการบนระบบ Creative Cloud (CC) ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นที่ 10 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน จึงจะสามารถใช้ Adobe XD ได้อย่างถูกลิขสิทธิ์ โดยคุณจะได้รับบริการจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบของ Cloud Storage ขนาด 100GB ด้วย

         ในส่วนของ Free starter plan นี้ ผู้ใช้จะได้รับพื้นที่ขนาด 2GB พร้อมข้อจำกัดในการใช้งานบางอย่าง เช่น มีการจำกัดแบบฟอนต์ที่สามารถใช้งานได้จาก Typekit (ซึ่งส่วนนี้ผู้ที่เสียตังค์จะสามารถใช้ได้ไม่มีจำกัด)

เป็นไปได้ว่า Adobe อาจสร้างข้อเสนอดังกล่าวนี้มาเพื่อดึงผู้ใช้งานแอพฯ คู่แข่งอย่าง Sketch ซึ่งมีค่าใช้จ่ายต่อปีที่ 99 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 3,200 บาท) ให้หันมาลองใช้งาน Adobe XD แทนดู

          นอกเหนือจากการปล่อยแผนใช้ฟรีมาแล้ว Adobe XD ยังเพิ่มเติมความสามารถแบบเดียวกันกับ 'Symbols' ของ Sketch ที่ทำให้สามารถแก้ไขทุกส่วนที่ใช้รายละเอียดการออกแบบเดียวกันได้ ในคราวเดียวกัน และแอพฯ ยังสามารถเปิดไฟล์ PSD (Photoshop) ได้เร็วขึ้น, ดูไฟล์ได้ทีละหลายๆ หน้า และป้องกันงานของคุณด้วยรหัสผ่าน

         ทั้งนี้ Adobe ได้กล่าวว่า บริษัทฯ มีแผนการใหญ่สำหรับการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆ ให้กับ Adobe XD ทั้ง การเพิ่มเติมฟีเจอร์ Advanced prototyping, การทำอนิเมชั่น, ฟีเจอร์ใหม่สำหรับการทำงานร่วมกันเป็นทีม และสนับสนุนการใช้ปลั๊กอิน

Adobe XD เป็นเหมือนการเขียนแผนภาพที่ทำให้เราสามารถสื่อสารกับผู้อื่นง่ายขึ้น ไว้ออกแบบก่อนใช้งานจริง ส่งให้ลูกค้าดูให้เห็นภาพชัดขึ้น 

ขอบคุณเเหล่งที่มา

https://news.thaiware.com/13474.html

https://thenextweb.com/apps/2018/05/16/adobes-xd-app-for-interface-design-is-now-available-for-free/

เเนะนำ Vector สวยเเละดี ฟรีอีกตะหาก


         ใครสงสัยว่า  Vector ดียังไง เราจะอธิบายให้ฟัง  เวลาย่อ-ขยายรูปภาพ จะไม่ทำให้ความละเอียดลดลง เหมาะกับรูปที่ใช้ในสิ่งพิมพ์ เช่น โลโก้เว็บไซต์  ไอคอน  จะพบบ่อยๆกับ งานโปสเตอร์ แบนเนอร์ โฆษณานั่นเอง 
          เราจึงนำเว็บไซต์แจกเวกเตอร์ฟรีเด่นๆมาฝาก  ช่วยให้คุณประหยัดเวลาไม่ต้องมานั่งเเก้งานใหม่         เพราะภาพเเตก เเละอาจจะโดนลูกค้าตีหัวเเตกถ้างานเสร็จไม่ทัน 

 

–  Freepik  
          เว็บไซต์ที่รวบรวมเวกเตอร์ฟรี เพื่อช่วยให้คุณค้นหา ทั้งเวกเตอร์ เเละภาพประกอบ  ภาพถ่าย ได้ง่ายๆ
มากกว่าหนึ่งล้านรูปแบบ เมื่อพูดถึงเวกเตอร์ฟรี เว็บนี้ไม่พูดถึงไม่ได้เลย 

โหลดได้ที่…https://www.freepik.com


– Vecteezy
          สละเวลาสักนิดในการหาไฟล์คุณจะไม่ผิดหวังเเน่นอน เป็นอีกเว็บไซต์ที่น่าสนใจ

โหลดได้ที่…https://www.vecteezy.com

 

– Free Vector Maps
          เว็บไซต์ที่รวมเวกเตอร์รูปแผนที่ฟรี ไม่ว่าประเทศอะไร ทวีปไหน ที่นี่ไม่มีพลาด คุณก็ห้ามพลาด

โหลดได้ที่…https://freevectormaps.com

 

– Vector4free 
          เว็บแจกฟรี มีแบบให้เลือกทั้งรูปภาพ  AI ,PDF , EPS ฟอนต์และกราฟฟิกคุณภาพสูงที่ถูกจัดเรียงตามเเท็ก เพื่ออำนวนความสะดวกในการทำงานให้คุณโดยเฉพาะ  

โหลดได้ที่…http://vector4free.com
 

มารู้จัก Infographics

มาทำความรู้จัก Infographics กัน

 

    Infographics คืออะไร 

       Infographic ย่อมาจาก Information Graphic คือ ภาพหรือกราฟิกซึ่งบ่งชี้ถึงข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นสถิติ ความรู้ ตัวเลข ฯลฯ เป็นการย่อข้อมูลท่ี่เข้าใจยาก  หรือข้อมูลที่มีตัวหนังสือจำนวนมาก มาสรุปให้เข้าใจง่ายขึ้น โดยการวาด ผ่าน โปรแกรม Illustrator   ซึ่งเหมาะสำหรับผู้คนในยุคไอทีที่ต้องการเข้าถึงข้อมูลซับซ้อนมหาศาลในเวลาอันจำกัด ด้วยแผนภาพภาพเดียวสามารถสื่อให้ผู้อ่านเข้าใจความหมายของข้อมูลทั้งหมดโดยไม่ต้องให้ผู้ทำเสนอมานั่งอธิบายอีก เป็นวิธีการนำเสนอข้อมูลเชิงสร้างสรรค์ และเราสามารถหยิบยกเรื่องราวเล็กๆ ไปจนถึงเรื่องราวใหญ่โตมานำเสนอ ในมุมมองที่แปลกตา ทันสมัย ทันต่อเหตุการณ์ปัจจุบัน  จัดหมวดหมู่ได้ดังนี้

1.ข่าวเด่น ประเด่นร้อน และสถานการณ์วิกฤต

2.สอนฮาวทู (อธิบายวิธีการ)

3.ให้ความรู้

4.บอกเล่าตำนานหรือวิวัฒนาการ

5.อธิบายผลสำรวจ และ งานวิจัย

6.กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม

7.โปรโมทสินค้าและบริการ

 

ในปัจุบันกำลังเป็นที่นิยมในโลกของ Social Network ทั้งหนังสือพิมพ์ นิตยสาร และสื่อDIgital อย่าง Website ,Blog และ Social Media 

  • 90% ของข้อมูลที่เข้า สู่สมองของคนเราคือข้อมูลที่เป็นรูปภาพ เพราะรูปภาพและไอคอนกราฟฟิกต่างๆเร้าความสนใจได้ดีกว่า
  • 40%ของผู้บริโภคจะตอบสนองต่อข้อมูลที่เป็นรูปภาพมากว่า

                  นอกจากนี้ยังมีผลการวิจัยของ Wharton School of Business ออกมาคอนเฟริมด้วยว่าการนำเสนอ สินค้าและบริการด้วยการพูดที่มีภาพประกอบจะช่วยโน้มน้าวลูกค้าได้มากถึง 67% เลยทีเดียว สรุปได้ว่า “ภาษาภาพ” จะช่วยกระตุ้นการรับรู้ของผู้ชมหรือผูฟังได้มากกว่า หากมาดูในเรื่องของสถิติที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของสมอง เราก็จะพบว่า 80% ของสิ่งที่สมองเราจำได้จะมาจากสิ่งที่เราได้เห็นและลงมือทำ ในขณะที่การอ่านจะช่วยให้สมองของเราจดจำได้เพียง 20% ส่วนการได้ยินก็สร้างการจดจำได้เพียง 10% เท่านั้น

                การนำเสนอข้อมูลด้วยอินโฟกราฟิกเป็นการออกแบบให้เป็นภาพที่ช่วยอธิบายข้อมูลที่ซับซ้อน ให้เข้าใจง่าย น่าสนใจ คาดการณ์ได้ว่าจะถูกอ่านมากกว่าข้อมูลที่เป็นตัวหนังสือ 30 เท่า ซึ่งหมายความว่า แบรนด์  หรือสินค้า ที่ใช้อินโฟกราฟิกเป็นก็สามารถ ใช้อินโฟกราฟิกมาเป็นกลยุทธ์  เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาดได้มากขึ้น  โดยเฉพาะนิยมนำมาใช้ใน Social Network เช่น Facebook    ซึ่งถ้าต้องการทำอินโฟกราฟิก เราก็มีเคล็ด (ไม่ลับ) ที่รวบรวมมาฝากกัน  

1.จุดประสงค์เพื่ออะไร

2.กลุ่มเป้าหมาย

3.ใจความสำคัญในการนำเสนอ

4.เนื้อหาที่ทันสมัย กระชับ

5.การสำรวจข้อมูลรอบด้านเพื่อมุมมองหลากหลาย  และถูกต้อง

6.การนำเสนอหัวเรื่อง (Header) ที่ดึงดูดความสนใจ

7.การออกแบบให้มีความโดดเด่นสะดุดตา ใช้สีดึงดูดความสนใจ

8. การเผยแพร่อินโฟกราฟฟิกทางสื่อต่างๆ

9.ระบุและอ้างอิงถึงแหล่งที่มาของข้อมูลอย่างชัดเจน

10.สรุปข้อมูลทั้งหมดที่นำเสนออย่างถูกต้องและตรงประเด็น 

 

        การสร้างอินโฟกราฟฟิกจึงเป็นการเล่าเรื่องราวผ่านภาพที่นำเสนอโดยใช้กราฟฟิกเพิ่มความสวยงาม ทำให้ข้อมูลมีคุณค่า น่าประทับใจอย่างมีนัยเพื่อส่งต่อให้สาธารณะได้รับรู้

 

 

ขอบคุณเเหล่งที่มา 

http://thumbsup.in.th/2013/08/10-rules-about-infographics/

http://thumbsup.in.th/2014/09/power-of-visual-content-infographic/

https://www.learningstudio.info/infographics-design/

Top 10 Best Product in Home Kit 2017 Top 10 Best Product in Women Fashion 2017 Top 10 Best Product in Technology 2017 Top 10 Best Product in Car Accessories 2017